Wednesday, July 17, 2013

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ A Rolling Stone Gathers No Moss แปลว่า

A Rolling Stone Gathers No Moss: หินที่กลิ้งอยู่ย่อมไม่มีตะไคร่เกาะ
A Rolling Stone Gathers No Moss หินที่กลิ้งอยู่ย่อมไม่มีตะไคร่เกาะ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ A Rolling Stone Gathers No Moss แปลว่า

“A rolling stone gathers no moss” หินที่กลิ้งอยู่ย่อมไม่มีตะไคร่เกาะ ถ้ามีคนกล่าวสุภาษิตนี้ และเปรียบเปรยว่าคุณผู้อ่านเป็น “A Rolling Stone” คุณผู้อ่านจะตีความว่าอย่างไร
  1. เขากำลังชื่นชม ที่คุณเป็นคนไม่ย่ำอยู่กับที่ เป็นพวก Active (adj.) หรือ Energetic (adj.) มีพลังขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา
  2. เขากำลังส่อเสียด ว่าคุณเป็นพวกไม่ปักหลัก เหมือนพวก Nomad (n.) ชนเผ่าเร่รอน ที่มีชีวิตแบบ Aimless (adj.) ไม่มีเป้าหมาย
คำตอบคือ เป็นไปได้ทั้งสองอย่างค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าคนพูดเป็นคนรุ่นไหน
ถ้ามองหน้าแล้วดูรุ่นราวคราวคุณปู่คุณย่า ท่านเหล่านั้นอาจจะหมายถึงข้อ ข. เพราะคนสมัยก่อนอยู่ในยุคของการเกษตร จึงเปรียบเทียบ A rolling stone กับร่างกายคน การกลิ้งไปมาไม่ปักหลักลงที่ไหนสักแห่ง ทำให้ไม่สามารถสร้างผลประโยชน์อะไรได้เลย แม้แต่ Moss หรือ ตะไคร่น้ำ ที่ว่างอกง่ายๆ แล้วก็ยังเกาะไม่ติด ถ้าให้ตรงกับภาษาไทยคงเรียกได้ว่า ไม่เอาถ่าน
สำหรับในปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตในเมือง การมีตะไคร่น้ำเกาะฝาบ้านถือเป็นเรื่องน่าเกลียด เพราะนอกจะสะท้อนความเก่าคร่ำครึแล้วยังบ่งบอกถึงการไม่ค่อยขยับตัวเก็บกวาดบ้านของเจ้าของด้วย
ดังนั้น A rolling stone gathers no moss สำหรับคนสมัยใหม่ กลับให้ความหมายว่า คนที่มีใจรักที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าตลอดเวลา ไม่มีวันที่จะโดนตะไคร่เกาะให้คร่ำครึ ไม่เหมือน พวกหัวโบราณ ที่ถูกเรียกกระแนะกระแหนให้เจ็บว่า พวก Mossback (n) เก่าจนหลังขึ้นตะไคร่เป็นวัตถุโบราณกันเลยทีเดียว
ของสิ่งเดียวกันเมื่อเวลาล่วงเลยคุณค่าและความหมายกลับเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เพราะธรรมชาติของสิ่งนั้นเปลี่ยนเงื่อนไข แต่เพราะธรรมดาของใจคนย่อมมีวันเปลี่ยนแปลง เรียนรู้ เข้าใจ และยอมรับกับการเปลี่ยนแปลง รับรองว่า ไม่มีใครเห็น Moss บนหลังคุณแน่ค่ะ
โดย:ครูแนน

Monday, February 11, 2013

ฝรั่งพูดคนไทยงง : Go bananas

Go bananas
กล้วย00
กล้วยเป็นผลไม้ที่เราทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ในภาษาไทยก็มีสำนวนที่เกี่ยวกับกล้วยอยู่หลายสำนวน เช่น ของกล้วยๆ หรือหมาเห่าใบตองแห้ง แต่ใครจะรู้ว่าฝรั่งเองก็มีสำนวนเกี่ยวกับผลไม้เมืองร้อนชนิดนี้เช่นกันครับ ซึ่งเมื่อแปลตามตัวแล้วก็คือ “ไปกล้วย” และอย่าเพิ่งคิดว่า ถ้าไม่แปลแบบนั้นก็อาจจะหมายถึง “ไปตัดกล้วย” ล่ะครับ คิดเล่นๆ ไว้ก่อนว่า ฝรั่งเขาอยู่เมืองหนาวซึ่งปลูกกล้วยไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะมีกล้วยที่ไหนให้ตัด เอาล่ะครับ จะหมายความว่าอย่างไร ก็อยากให้ลองเดาจากบทสนทนาด้านล่างนี้กันดูก่อน
Cole: Have you seen today’s paper? The government is going to raise a car tax by 30%.
โคล อ่านหนังสือพิมพ์ของวันนี้ยัง รัฐบาลจะขึ้นภาษีรถอีก 30% นะ
Henry: Really? No way are drivers going to stay silent about this.
เฮนรี่ งั้นเหรอ งานนี้พวกคนใช้รถไม่มีทางอยู่เฉยๆ แน่
Cole: You’re right. Almost everyone has already gone bananas. A howl of protest can be heard almost anywhere.
โคล ถูกแล้ว เกือบทุกคน has gone bananas ไปเรียบร้อยแล้ว ไปที่ไหนก็ได้ยินแต่เสียงประท้วงแทบทุกที่
Henry: Let’s just wait and see what they will finally decide. By the way, did you know that Kevin has been made redundant without prior notice?
เฮนรี่ งั้นก็ต้องรอดูว่าสุดท้ายจะเอายังไง เออนี่ นายรู้หรือเปล่าว่าเควินถูกปลดออกจากงานแบบฟ้าผ่า
Cole: No, that’s too bad. Having worked with him for several years, I dare say Kevin is really an intelligent and hard-working bloke.
โคล ไม่รู้เลย แย่จริงๆ ฉันทำงานกับเควินมาหลายปี กล้าพูดได้เลยว่าเขาเป็นคนฉลาดแถมขยันจริงๆ
Henry: I agree with you. This piece of news was so shocking that he went bananas.
เฮนรี่ เห็นด้วย ข่าวนี้ช็อกมากจนเขา went bananas ไปเลย
คุณคิดว่าความหมายของ go bananas ที่โคลกับเฮนรี่พูดเหมือนกันไหมครับ ลองอ่านข้อความแวดล้อมดูจะรู้ว่าไม่เหมือนครับ โดยในความหมายแรกที่โคลพูด go bananas หมายถึง “รู้สึกโมโห โกรธมาก” สังเกตจากคำว่า howl ที่หมายถึง “เสียงตะโกน” (แต่ถ้าใช้กับสุนัขจะกลายเป็น “เสียงเห่าหอน” นะครับ) เมื่อรวมกับคำที่แปลว่าประท้วงอย่าง protest ก็เลยบ่งบอกถึงความโกรธครับ ส่วน go bananas ที่เฮนรี่พูดจะหมายถึง “ทำตัวงี่เง่า บ้าบอ หรือสติแตก” ครับ สังเกตจากคำว่า shocking ที่หมายถึง “ทำให้ประหลาดใจแบบถึงขีดสุด” หรือ without prior notice ที่หมายถึง “โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า” ซึ่งสำนวนนี้ไม่ว่าจะเป็นความหมายใดก็ตาม สำนวนนี้ banana จะต้องมี s เสมอครับ ซึ่งหลายๆ เรื่องในชีวิตของเรา
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความรัก การเรียน การจราจร และอื่นๆ อาจทำให้เรา go bananas ไปได้ง่ายๆ จึงขอให้ทุกท่านพยายามตั้งสติไว้อยู่เสมอ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข

ที่มา: Sanook

Saturday, January 5, 2013

ภาษาอังกฤษวันละนิด feel guity ‘เค้ารู้สึกผิด’ เง้อออ

ภาษาอังกฤษวันละนิดนึง :D นะคะ
วันนี้ขอเสนอคำว่า ‘รู้สึกผิด’ เง้อออ T^T
สั้นๆ ง่ายๆ ให้จำไปตั้งสเตตัสเป็น eng เก๋ๆกันได้ :) ) อิอิ
เค้ารู้สึกผิด-feel guity
เค้ารู้สึกผิด-feel guity


feel guilty + for/about + n/gerund(V.ing)
= รู้สึกผิด สำนึกผิด
เช่น
- I feel guilty for forgetting your birthday.
ฉันรู้สึกผิดนะที่ลืมวันเกิดเธอ
- Please, don’t make me feel guilty.
ขอร้องล่ะ…อย่าทำให้ฉันรู้สึกผิดได้มั้ย
- You shouldn’t feel guilty about the accident.
It’s not your fault.
เธอไม่ควรรู้สึกผิดกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหรอก มันไม่ใช่ความผิดเธอซะหน่อย
- You should feel guilty for cheating on a test!
เธอควรสำนึกผิดบ้างนะเรื่องโกงข้อสอบอ่ะ
- You make me feel so guilty about what I’ve done.
เธอทำให้ฉันรู้สึกผิดมากเลยนะในสิ่งที่ฉันทำไป
- Don’t feel guilty. It’s not your fault.
ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอ
เรียนรู้ จดจำ แล้วนำไปใช้นะคะ :) )


ที่มา:eduzones